Category: Medical

หากเอ่ยถึงเวลาที่เราจะเข้าทำงาน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงมากที่สุดก็คือการตรวจโรค เพราะว่าด้วยความที่ปัจจุบันนี้มีการเกิดขึ้นของโรคอุบัติใหม่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคไข้หวัดซาร์สในอดีต โรคไข้หวัดนก โรคโควิด 19  แต่ละโรคล้วนแล้วแต่มีความอันตรายไม่แพ้กันเลยทีเดียว ดังนั้นจะดีกว่าหรือไม่ หากว่าคุณจะพยายามเลือกป้องกันสุขภาพของตนเองเอาไว้ก่อนจะดีกว่า และก่อนเข้าทำงานอาจจะมีหลายคนที่สงสัยว่าอะไรคือสิ่งต้องตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานบ้าง พร้อมแล้วมาดูกัน  1.ตรวจสารเสพติด  สำหรับการตรวจอันดับแรกที่หลายบริษัทเข้มงวดกวดขันกันก็คือการตรวจสารเสพติดนั่นเอง จุดเด่นของการตรวจสารเสพติดก็คือทางบริษัทจะสามารถคัดกรองได้เป็นอย่างดี ว่าใครบ้างที่มีการติดยาเสพติด นอกจากนี้คุณอาจจะต้องมีการระมัดระวังด้วยว่าตนเองได้มีการเสพติดสิ่งใดหรือไม่ บางคนอาจไม่ได้ติดสิ่งเสพติด แต่ก็มีการรับประทานยาที่ออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับสารเสพติด ส่งผลให้ตนเองต้องมีประวัติเสียหาย ดังนั้นหากว่าใครที่มีการป่วยและต้องรับประทานยาที่เกี่ยวข้องกับการออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท แนะนำว่าให้คุณพยายามแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ไว้ก่อนจะดีที่สุด  2.ตรวจการตั้งครรภ์  อีกสิ่งที่บางบริษัทอาจจะมีการกำหนดให้ตรวจก็คือการตรวจการตั้งครรภ์นั่นเอง ด้วยความที่การเริ่มต้นทำงานที่ใหม่ๆ อาจจะไม่ลงตัวสักเท่าใดนัก บางบริษัทจึงไม่พร้อมที่จะรับหญิงที่ตั้งครรภ์มาทำงาน อย่างไรก็ดี หากใครที่รู้ตัวว่ามีเกณฑ์จะตั้งครรภ์ก็อาจจะเลือกแจ้งทางบริษัทไปก่อนล่วงหน้าได้ เพราะว่าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาไปตรวจสุขภาพ   3.ตรวจอัลตร้าซาวด์  การตรวจอัลตร้าซาวด์คือการตรวจภายในร่างกายของเราได้อย่างชัดเจน เหมาะสมกับหลายๆ บริษัทที่ต้องการความละเอียดในการตรวจสุขภาพ และต้องการความมั่นใจว่าพนักงานที่ได้รับไปนั้นมีสุขภาพดีอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้ ซึ่งการตรวจอัลตร้าซาวน์ สามารถตรวจในตับได้ หรือบางคนจะตรวจที่มดลูกก็ได้เช่นกัน  4.ตรวจความสมบูรณ์ของปอด  อีกสิ่งที่บางคนไม่รู้คือบริษัทหลายแห่งให้ตรวจสุขภาพก่อนเริ่มงานเพื่อดูว่าปอดแข็งแรงหรือไม่…

รักษารากฟัน

คงไม่มีใครที่ฟันเป็นปกติแต่อยากไปรักษารากฟันอย่างแน่นอน เพราะการที่เราจะสามารถรักษารากฟันได้ก็ต่อเมื่อฟันของเราผุแล้วหลีกเลี่ยงที่จะไม่ไปรักษาทำให้ฟันของเราผุมากขึ้นเรื่อยๆ จนประสาทฟันอักเสบแล้วก็ต้องถอนฟันในที่สุด ซึ่งการรักษารากฟันจะช่วยรักษาฟันเหล่านี้เอาไว้ได้นั่นเอง และหากให้พูดชัดๆ การรักษารากฟันนั่นก็คือการตัดโพรงประสาทฟันที่อักเสบหรือถูกทำลายออก แล้วเริ่มทำความสะอาดพื้นที่ส่วนที่เหลืออยู่ของฟัน ทำการอุด หรือจัดรูปทรงฟันอีกด้วย หากเราเป็นโรคโพรงประสาทฟันอักเสบเราก็จะต้องทำการรักษารากฟันโดยทันทีเพื่อถนอมฟันเอาไว้ให้อยู่กับเรานานๆ และลดอาการเจ็บปวด โดยสาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้โพรงประสาทฟันอักเสบนั่นก็คือ ฟันแตก ฟันผุอย่างรุนแรง หรือจะเป็นอาการบาดเจ็บต่างๆ ของฟันก็ล้วนแล้วแต่เป็นสาเหตุที่ทำให้โพรงประสาทฟันอักเสบทั้งสิ้น เมื่อรู้แบบนี้แล้วคงจะมีใครหลายๆ คนที่เริ่มจะสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะเพราะไม่มีใครที่อยากจะไปรักษารากฟันอย่างแน่นอน และนี่คืออาการสำหรับคนที่จะต้องไปรักษารากฟัน จะประกอบไปด้วย ฟันผุที่ลึกจนถึงโพรงฟัน ฟันแตกหรือหักทะลุโพรงฟัน ฟันแตกหรือหักและเนื้อฟันที่เหลือไม่สามารถบูรณะได้ มีหนองเกิดบริเวณปลายรากฟัน บริเวณฟันไปจนถึงรากฟันได้รับอุบัติเหตุกระทบกระเทือนจนเกิดหนอง หากคุณมีลักษณะอาการเหมือนที่กล่าวมานี้ ก็อยากจะให้ลองไปหาหมอและเข้ารับการรักษารากฟันดูเพื่อสุขภาพที่ดีของช่องปากและสุขภาพจิตใจของพวกคุณ โดยการรักษารากฟันก็จะมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยากเริ่มตั้งแต่ทันตแพทย์ที่เริ่มกำจัดเนื้อฟันที่อักเสบหรือติดเชื้อออกจากนั้นก็จะทำความสะอาดรากฟันแล้วจึงใส่ยาที่บริเวณคลองรากฟัน จากนั้นจะมีการอุดปิดหลุมบริเวณรากฟันเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้า และเมื่อไม่มีการอักเสบของรากฟันแล้วทันตแพทย์ก็จะอุดปิดคลองรากฟันเพื่อรอบูรณะฟัน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากฟันมีหนองอยู่มากใส่ยาครั้งเดียวไม่หายก็ยังจะต้องทำต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ฟันหายก่อนที่จะทำอะไรเพิ่มเติมต่อไป ก็เป็นอันจบลงไปแล้วกับวิธีการรักษารากฟันด้วยวิธีการปกติ ที่ถึงแม้จะมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากมายแถมยังต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงแต่ก็คุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับมา ตั้งแต่ความสวยงามของฟัน แถมไม่เสียสุขภาพจิต ทำให้คุณมีความมั่นใจที่จะยิ้มและอยู่กับฟันของคุณได้ทั้งวัน